เงาอาถรรพ์ ณ โรงงาน รับผลิตเครื่องสำอาง
กำเนิดความรุ่งโรจน์ที่ฉาบด้วยเงา
ข้าจำได้ดี...เมื่อราวครึ่งศตวรรษก่อน แถบนี้ยังเป็นป่าทึบ มีศาลเพียงตาตั้งอยู่กลางกอไผ่ ชาวบ้านเชื่อว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกปักรักษา แต่ความโลภมันบังตา เมื่อนายทุนจากเมืองกรุงมาเห็นทำเลทอง เขาไม่รีรอที่จะสร้างโรงงาน รับผลิตเครื่องสำอาง ขนาดใหญ่ขึ้นบนผืนดินผืนนั้น ตั้งใจจะให้เป็นแหล่งสร้างความมั่งคั่งมหาศาล ใครจะไปคิดว่าความรุ่งเรืองที่เกิดขึ้นนั้น จะมาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่าย
เสียงกระซิบยามวิกาล
แรกๆ ก็ดีหรอก แป้งร่ำ ครีมบำรุง ถูกส่งออกไปทั่ว เสียงเครื่องจักรทำงานไม่มีวันหยุด แสงไฟสว่างโร่ตลอดคืน แต่แล้ว...เสียงกระซิบแว่วๆ ก็เริ่มดังขึ้น มันไม่ได้มาจากคน ไม่ใช่เสียงลมพัด แต่เป็นเสียงครวญคล้ายหญิงสาวร้องไห้ อยู่ในมุมมืดของโรงงาน โดยเฉพาะแผนกผสมวัตถุดิบ ที่คนงานเล่าลือกันว่ามีกลิ่นดอกไม้ประหลาดลอยมาปะปนกับกลิ่นเคมี เสียงเหล่านั้นมักจะดังขึ้นหลังเที่ยงคืน ราวกับวิญญาณที่ถูกรบกวน กำลังเรียกร้องสิ่งใดสิ่งหนึ่งคืน
แป้งร่ำที่ไม่อาจลืมเลือน
เครื่องสำอางที่ผลิตจากที่นั่น ว่ากันว่าสวยงามติดทนนานเกินหน้าเกินตา แต่บางคนก็เจอเรื่องแปลกๆ ลูกค้าบางรายเล่าว่าเห็นเงาสะท้อนในกระจกไม่ใช่หน้าตัวเอง หรือได้กลิ่นธูปโชยมาเมื่อทาแป้ง สั่งสมความน่าสะพรึงกลัวจนชื่อเสียงเริ่มร่วงโรย โรงงาน รับผลิตเครื่องสำอาง แห่งนั้นก็เริ่มร้างไปทีละน้อย ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเหยียบย่างเข้าไปยามค่ำคืนอีก ภาพของโรงงานที่เคยรุ่งเรือง กลายเป็นเพียงโครงสร้างเก่าคร่ำคร่า ส่งเสียงครวญครางยามลมพัด
บทเรียนจากความโลภ
ทุกวันนี้ ข้ายังคงเดินผ่านซากปรักหักพังของมัน นึกเสียดายในสิ่งที่ถูกทำลายลงไปเพียงเพราะความไม่เคารพต่อสิ่งเร้นลับ บางทีความงามที่สร้างขึ้นด้วยมือมนุษย์ ก็ไม่อาจเทียบเท่ากับความงามจากธรรมชาติที่ถูกปกป้องมานานแสนนาน เรื่องราวของโรงงานแห่งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า บางสิ่งบางอย่างมีราคาที่แพงเกินกว่าจะจ่ายได้ และเสียงกระซิบเหล่านั้น ก็ยังคงก้องกังวานอยู่ในความทรงจำไม่เลือนหาย.
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น