ชีวิตคนเรามันก็แปลกนะ บางทีก็พาเราไปในทางที่เราเองก็ไม่เคยคิดฝันว่าจะได้เดินไปถึง ผมเองก็เป็นแบบนั้นแหละ วันหนึ่งที่ชีวิตเหมือนจะอับจนหนทาง สิ่งที่เข้ามาพัวพันมันกลับไม่ใช่แสงสว่าง แต่เป็นเงาที่ตามติดมาไม่เคยจางหาย นั่นคือเรื่องราวเบื้องหลังการ
สร้างแบรนด์ครีม
สร้างแบรนด์ครีม ของผมเองจุดเริ่มต้นอันมืดมิด
วันนั้นผมจำได้ดีว่าเงินในกระเป๋ามันบางเฉียบ ไม่มีทางออก ไม่มีความหวัง จนต้องไปเช่าบ้านเก่าๆ หลังหนึ่งอยู่อาศัยที่ชานเมือง เขาว่ากันว่าที่ดินแถวนั้นมันมีเรื่องเล่าขานมานาน เรื่องหญิงสาวที่อาภัพรัก ผิวพรรณงดงามแต่ต้องจบชีวิตลงอย่างโดดเดี่ยว ผมเองก็ไม่ใส่ใจหรอกครับ ตอนนั้นคิดแค่ว่าได้มีที่ซุกหัวนอนก็พอแล้ว แต่กลางดึกคืนหนึ่ง ผมได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบา เหมือนลมที่พัดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าๆ มันไม่ใช่แค่ลม แต่มันเหมือนมีใครมา 'สั่ง' ให้ผมทำอะไรบางอย่าง
เสียงกระซิบจากเงามืด
เสียงนั้นไม่ได้เป็นคำพูดชัดเจนหรอกครับ มันเป็นแค่ความรู้สึกบางอย่างที่ผุดขึ้นมาในหัว เป็นภาพวัตถุดิบบางอย่างที่ขึ้นอยู่ตามซอกมุมของบ้านเก่าๆ นั้น แล้วก็กระตุ้นให้ผมลองผสม ลองปรุงแต่งตามสัญชาตญาณ ผมไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ผมลงมือทำ ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องพวกนี้เลย ครีมเนื้อเนียนใสที่ได้มาจากการลองผิดลองถูกหลายครั้งนั้นมันแปลกดี มันหอมอ่อนๆ ไม่เหมือนครีมทั่วไป และเมื่อผมลองทาลงบนผิวตัวเอง มันกลับให้ความรู้สึกเย็นสบายอย่างประหลาด ความคิดเรื่องการ
สร้างแบรนด์ครีม
มันเริ่มก่อตัวขึ้นในคืนนั้นเองรุ่งเรืองด้วยเงาอาถรรพ์
ใครจะเชื่อว่าครีมที่ผมปรุงขึ้นมาอย่างมั่วๆ จะได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว? ลูกค้าต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าครีมนี้ช่วยให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งอ่อนเยาว์อย่างไม่น่าเชื่อ บางคนถึงกับบอกว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างช่วยขับผิวให้ผุดผ่อง ผมเริ่มขยับขยายกิจการ ย้ายออกจากบ้านเก่าหลังนั้น แต่ถึงอย่างนั้น เสียงกระซิบและเงาความรู้สึกบางอย่างก็ยังคงตามติดผมมาเสมอ เวลาผมจะตัดสินใจอะไรสำคัญๆ เกี่ยวกับแบรนด์ เสียงนั้นก็จะดังขึ้นในใจ คล้ายกับเป็นหุ้นส่วนที่มองไม่เห็น ผู้ที่คอยชี้นำทางให้ผม
สร้างแบรนด์ครีม
นี้ให้เติบโตราคาที่ต้องจ่าย
ทุกวันนี้แบรนด์ครีมของผมประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แต่ความสำเร็จนี้มันก็มาพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งในใจ ผมไม่เคยรู้สึกเป็นอิสระเลย เหมือนมีพันธะบางอย่างที่มองไม่เห็น มันไม่ใช่ความกลัวอย่างเดียว แต่เป็นความเข้าใจว่าสิ่งที่ผมได้รับมา มันต้องแลกด้วยอะไรบางอย่างที่ยังไม่ปรากฏชัด ผมยังคงได้ยินเสียงกระซิบนั้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะเวลาที่ผมเผลอคิดจะหยุด หรือคิดจะเปลี่ยนสูตร เสียงนั้นจะเตือนผมอยู่เสมอว่า "อย่าลืมสิ ว่าใครเป็นคนให้ทุกอย่างนี้กับแก"
บทสรุปที่ยังไม่จบ
ผมไม่รู้ว่าเรื่องราวนี้จะไปจบลงที่ตรงไหน ผมเป็นเพียงคนคนหนึ่งที่ทำตามเสียงเรียกจากอดีต ที่ดินเก่า ผีสาวผู้โดดเดี่ยว และครีมที่เปลี่ยนชีวิตผมไปตลอดกาล ครีมทุกกระปุกที่ผลิตออกมา เหมือนมีชิ้นส่วนของเรื่องราวที่ถูกซ่อนไว้ เป็นความงามที่มาพร้อมกับคำสาป เป็นธุรกิจที่อยู่ภายใต้การชี้นำของบางสิ่งบางอย่างที่เหนือธรรมชาติ สิ่งที่ผมทำได้ตอนนี้ก็คือการใช้ชีวิตต่อไป พร้อมกับเสียงกระซิบที่ตามหลอกหลอน และคำถามที่ว่า...ผมยังเป็นเจ้าของแบรนด์นี้อยู่จริงหรือเปล่า?
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น